กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

โครงการชลประทานบุรีรัมย์ ลงพื้นที่สำรวจก่อนการดำเนินการ เพื่อวางแผนในการขุดลอก คลองตาพรม และคลองอีแซว พร้อมทั้งกำจัดวัชพืชที่ปกคลุมหนาแน่น ตำบลถาวร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

09 มิถุนายน 2569

0

0

/
วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. นายราเมศ พวงพรหม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ มอบหมายให้ นายนาวิน เปียนขุนทด หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 พร้อมด้วย นายพรสถิต ทองศรี หัวหน้าฝ่ายช่างกล นายสรพงษ์ โพธิ์ศรีทอง หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 และเจ้าหน้าที่โครงการฯ ลงพื้นที่สำรวจก่อนการดำเนินการ เพื่อวางแผนในการขุดลอก คลองตาพรม และคลองอีแซว พร้อมทั้งกำจัดวัชพืชที่ปกคลุมหนาแน่น ตำบลถาวร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ด้วยเทศบาลตำบลถาวร มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนขุดลอกและกำจัดวัชพืช เนื่องจากปัจจุบัน คลองตาพรม และคลองอีแซว มีวัชพืชปกคลุมหนาแน่นทำให้คลองตื้นเขินและมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำไหลไม่สดวก และยังปิดกั้นทางน้ำในการส่งน้ำเพื่อการเกษตรของประชาชน หมู่ที่ 2, 3, 5, 9 และ 11 ได้รับความเดือดร้อน
ทั้งนี้ โครงการชลประทานบุรีรัมย์ พร้อมให้การสนับสนุน เครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งในเขตและนอกเขตของชลประทาน สนับสนุนและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ รวมทั้งการประสานการปฏิบัติ และสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นล่าสุด

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลกลาง

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลกลาง เข้าร่วมประชุมเพื่อจัดทำแผนงานและโครงการขยายผลการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของจังหวัด ระยะ 3 ปี พ.ศ. 2569–2571 (Rolling Plan)

โครงการชลประทานบุรีรัมย์

โครงการชลประทานบุรีรัมย์ เข้าร่วมประชุมเตรียมการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์ 5 ปี (พ.ศ. 2571-2575) แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีของจังหวัดบุรีรัมย์ ประจำปีงบประมาน พ.ศ. 2571 (ประเด็นการพัฒนาที่ 1 การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ)

โครงการชลประทานบุรีรัมย์

โครงการชลประทานบุรีรัมย์ เข้าร่วมกิจกรรม KM Online ในหัวข้อ “โลกรวน ก๊าซเรือนกระจก และคาร์บอน : จากวิกฤตสู่โอกาส และการปรับตัวเชิงรุก เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน”