กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

RID BEST PRACTICE 4.0 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน โครงการคัดเลือกต้นแบบหน่วยงานชลประทาน 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569, ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนกรมชลประทานให้เป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ

Announcement Icon
โครงการชลประทานบุรีรัมย์ สำนักงานชลประทานที่ 8 ลงพื้นที่ติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ อำเภอประโคนชัย- อำเภอบ้านกรวด

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569 นายราเมศ พวงพรหม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายสาโรจน์ เหง้าพรหมมินทร์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน นายพรสถิต ทองศรี หัวหน้าฝ่ายช่างกล นายสรพงษ์ โพธิ์ศรีทอง หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 และนางสาวณัฐฐินันท์ กองสะอาด นายช่างชลประทานปฏิบัติงาน ลงพื้นที่ติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ จังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณถนนสายหลัก อำเภอประโคนชัย- อำเภอบ้านกรวด ช่วงรอยต่อระหว่างบ้านโคกย่าง ตำบลปังกู อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ – บ้านปันเราะ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งนึ้พบมวลน้ำเอ่อท่วมผิวการจราจร เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ช่วงบริเวณคอสะพานทางเข้าบ้านปันเราะ . ในการนี้ นายราเมศ พวงพรหม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ ได้ร่วมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ จากนั้นติดตามสถานการณ์น้ำ สะพานยาวคลองลำปะเทียะ , สะพานยาวคลองปะเทีย , สะพานยาวลำปะเทีย เพื่อติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำในปัจจุบันจากพื้นที่ดังกล่าว ให้มีความต่อเนื่องและทันต่อเหตุการณ์ สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำ ให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งเป็นการประสานงานแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ และแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในปัจจุบัน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล . ทั้งนี้ โครงการชลประทานบุรีรัมย์ พร้อมร่วมบูรณาการปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของและทุกภาคส่วน ในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง และทันต่อเหตุการณ์ พร้อมด้วยการประสานงาน และสนับสนุนการปฏิบัติงาน ในการรับมือกับสถานการณ์ช่วงฤดูน้ำหลาก และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ให้เป็นไปอย่างอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป

โครงการชลประทานบุรีรัมย์

กรมชลฯ แจงนาข้าวหลุ่งตะเคียนขาดน้ำ เหตุฝนทิ้งช่วง–พื้นที่นอกเขตชลประทาน ย้ำน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ

กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่คลิปผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า ชาวนาในพื้นที่ตำบลหลุ่งตะเคียน อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้ต้นข้าวเริ่มขาดน้ำและพื้นดินแห้งแตกระแหง สร้างความกังวลว่าอาจกระทบต่อผลผลิต หากยังไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่ . จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ตำบลหลุ่งตะเคียนเป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำลำฉมวก ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในความรับผิดชอบของโครงการชลประทานนครราชสีมา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกัก 14.9 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ ส่วนแปลงนาข้าวที่ปรากฏในคลิปและประสบปัญหาขาดน้ำ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ซึ่งเกษตรกรอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก เมื่อเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต่อเนื่อง จึงทำให้ความชื้นในดินลดลงและส่งผลกระทบต่อต้นข้าวตามที่ปรากฏ . สำหรับพื้นที่อำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีลำน้ำมูลไหลผ่าน และมีฝายยางบ้านนางโทอยู่ในความดูแลของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลกลาง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกักบริเวณหน้าฝาย 3.9 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 90 ของความจุ ส่วนกรณีพบสันดอนทรายบริเวณเหนือฝายและท้ายฝาย เกิดจากการพัดพาตะกอนทรายตามธรรมชาติของลำน้ำมูลในช่วงต้นฤดูฝน ประกอบกับระยะนี้จังหวัดนครราชสีมามีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลตามธรรมชาติลดลงกว่าปกติ จึงทำให้มองเห็นสันดอนทรายได้ชัดเจนขึ้น . ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา ณ วันที่ 15 กันยายน 2569 มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 293 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 33 ของความจุ ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำลำตะคอง 111 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 35 อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง 39 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 25 อ่างเก็บน้ำลำแชะ 96 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 35 และอ่างเก็บน้ำมูลบน 46 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 33 ของความจุ . จากปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประกอบกับช่วงกลางเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูน้ำหลากและยังมีโอกาสที่จะมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม กรมชลประทานประเมินว่า มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้งปี 2569/2570 . อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 8 ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพฝนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่ให้บริหารจัดการน้ำอย่างประณีตและรอบคอบ โดยจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการเก็บกักน้ำในช่วงที่ยังมีโอกาสรับน้ำเพิ่มเติม เพื่อให้เมื่อสิ้นสุดฤดูฝนมีปริมาณน้ำต้นทุนสำรองไว้ให้มากที่สุด สำหรับรองรับการอุปโภคบริโภคและกิจกรรมการใช้น้ำที่จำเป็นในช่วงฤดูแล้ง ตลอดจนให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ประชาสัมพันธ์กรมชลประทาน

กรมชลฯ สานต่อ “H2O HEROES ปี 2” ปั้นเยาวชนรับมือน้ำหลาก ตระหนักรู้ความสำคัญการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่

กรมชลประทานมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงด้านน้ำ สานต่อจัดกิจกรรม “H2O HEROES ปี2 ตอน ปั้นทัพฮีโร่รับมือน้ำหลาก” ภายใต้โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความรู้ ทักษะด้านการบริหารจัดการน้ำแก่เยาวชนและนักศึกษาในพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ตระหนักรู้การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า พร้อมเปิดโอกาสให้เรียนรู้ มีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิดด้านการบริหารจัดการน้ำ และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ มุ่งหวังสร้างคนรุ่นใหม่เพื่อเข้าใจภารกิจด้านชลประทาน วันนี้ (13 สิงหาคม 2569) นายสมจิตฐิพงศ์ อำนาจศาล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 เป็นประธานเปิดกิจกรรม “H2O HEROES ปี 2 ตอน ปั้นฮีโร่รับมือน้ำหลาก” ภายใต้โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วม เสริมสร้างความรู้ ทักษะด้านการบริหารจัดการน้ำแก่เยาวชนและนักศึกษาในพื้นที่ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 สิงหาคม 2569 ณ สำนักงานชลประทานที่ 3 จ.พิษณุโลก โดยมียุวชลกรคนรุ่นใหม่ในจังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน นายสมจิตฐิพงศ์ อำนาจศาล เปิดเผยว่า กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำของประเทศ มุ่งเน้นการเสริมสร้างการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยการดึงพลังของคนรุ่นใหม่ทั้งเยาวชน นักเรียน นักศึกษาเข้ามาร่วมเรียนรู้ อันจะเห็นได้จากความสำเร็จจากปีที่ผ่านมาที่เยาวชนได้ลงพื้นที่จริง สัมผัสปัญหาจริง และเกิดการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรม ดังนั้นเราจึงสานต่อโครงการเป็นปีที่ 2 เพื่อปลุกพลังในตัวเยาวชน ให้มีบทบาทเปรียบเสมือนเป็น “ฮีโร่” ที่เข้าใจสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พร้อมที่จะอยู่ร่วมกับน้ำอย่างเข้าใจ กล้าคิด กล้านำเสนอแนวทาง และมีส่วนร่วมกับชุมชนในการจัดการน้ำในบ้านเกิดของตนเองอย่างยั่งยืน “นับเป็นโอกาสอันดีที่กรมชลประทานพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 3 ได้เปิดบ้านต้อนรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เข้ามาเรียนรู้บทบาทของงานชลประทานอย่างใกล้ชิด ได้ฝึกคิด ฝึกทำ และเสนอแนวทางการจัดการน้ำ ในรูปแบบที่สร้างสรรค์และทันสมัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการพัฒนาท้องถิ่น และการเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่เพื่ออนาคตของประเทศ ในฐานะที่ สำนักงานชลประทานที่ 3 มีภารกิจรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการน้ำใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก จ.อุตรดิตถ์ จ.พิจิตร และจ.นครสวรรค์ รับผิดชอบพัฒนาแหล่งน้ำ บริหารจัดการน้ำ ควบคุมดูแลการส่งน้ำและระบายน้ำ รวมถึงป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกษตรกรและผู้ใช้น้ำได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม” สำหรับเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทั้งด้านความรู้ ทักษะ และจิตสำนึกที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดทั้งในการเรียน การทำงานในอนาคต รวมถึงการมีส่วนร่วมในชุมชนของตน อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน โครงการนี้ยังสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของกรมชลประทาน ที่สร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตามแนวทาง “ปฏิบัติการเชิงรุก” หนึ่งในนโยบายสำคัญของ “RID UNITED” ซึ่งเน้นการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีต่อภารกิจของกรมชลประทาน ผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย เข้ากับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายเยาวชนที่จะร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

ประชาสัมพันธ์กรมชลประทาน

รมต. “สุริยะ” ย้ำ..นโยบายจ้างแรงงานชลประทาน มุ่งสร้างงาน สร้างรายได้เกษตรกรทั่วประเทศ ล่าสุดจ้างแล้วกว่า 7.2 หมื่นคน

กรมชลประทาน ขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทานอย่างต่อเนื่อง มุ่งสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ เพิ่มรายได้ และบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ โดยล่าสุดมีการจ้างแรงงานแล้วกว่า 7.2 หมื่นคน . นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการดูแลความเป็นอยู่ของเกษตรกรและประชาชน โดยเฉพาะการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนภาคการเกษตร จึงมอบนโยบายให้กรมชลประทานเดินหน้ามาตรการจ้างแรงงานชลประทานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เสริมในช่วงที่ไม่มีงานจากภาคการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนา บำรุงรักษา และเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทานทั่วประเทศ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อประชาชนในพื้นที่และภาคการเกษตรในระยะยาว . ทั้งนี้ กรมชลประทานมีเป้าหมายจ้างแรงงานในปีงบประมาณ 2569 จำนวน 84,512 คน ปัจจุบันมีผู้ได้รับการจ้างงานแล้ว 72,767 คน คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 86 ของเป้าหมาย โดยจังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ จังหวัดสกลนคร 4,263 คน จังหวัดเชียงใหม่ 3,573 คน และจังหวัดนครราชสีมา 3,017 คน แม้ปัจจุบันจะมียอดการจ้างแรงงานใกล้ถึงเป้าหมายที่กำหนดแล้ว แต่กรมชลประทานยังคงเปิดรับสมัครแรงงานอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้มีงานทำและมีรายได้เพิ่มขึ้น เกษตรกรและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อสอบถามและสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ในวันและเวลาราชการ

ประชาสัมพันธ์กรมชลประทาน

นายกิตติธัช เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8

สื่อประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์

สถานการณ์น้ำ สชป.8

วิดีทัศน์

วารสารข่าว สชป.8

Background pattern
Background pattern
Background pattern

ปริมาณน้ำวันนี้

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่

ปริมาณน้ำปัจจุบัน

65%

46.10

พันล้าน ลบ.ม

อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง

ปริมาณน้ำปัจจุบัน

57%

3.17

พันล้าน ลบ.ม

การใช้น้ำในพื้นที่ชลประทาน

49%

ข้าว

49%

ข้าว

49%

ข้าว

29%

พื้นที่อื่นๆ

29%

พื้นที่อื่นๆ

29%

พื้นที่อื่นๆ

8%

กลุ่มไม้ยืนต้น

8%

กลุ่มไม้ยืนต้น

8%

กลุ่มไม้ยืนต้น

Pattern
เพิ่มพื้นที่ชลประทานอย่างยั่งยืนขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือ
เพื่อการพัฒนาทรัพยากรน้ำ
ที่ทั่วถึงและเป็นธรรม