กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

สชป.8 เดินหน้าส่งเสริม “นาเปียกสลับแห้ง–คาร์บอนเครดิต” มอบค่าตอบแทนเกษตรกรต้นแบบ หนุนเกษตรรักษ์โลก ลดก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Carbon Neutrality

02 กันยายน 2569

0

0

/
วันนี้ (1 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. สำนักงานชลประทานที่ 8 โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน จัดพิธีมอบค่าตอบแทนแก่เกษตรกรผู้เข้าร่วม “โครงการนาเปียกสลับแห้งและคาร์บอนเครดิต (Incentive Payment)” ฤดูกาลนาปรัง 2569 ณ พื้นที่นำร่องตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างโอกาสในการพัฒนาคาร์บอนเครดิตให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
.
โอกาสนี้ นายณรงค์ มัดทองหลาง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการฯ จากนั้น นายกิตติธัช เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 ร่วมเป็นประธานในพิธี ได้กล่าวถึงแนวทางการดำเนินโครงการนาเปียกสลับแห้งและคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อน ภาคการเกษตรควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและการดูแลสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน ในฐานะหน่วยงานหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านการบริหารจัดการน้ำ ได้นำแนวคิด BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานด้านชลประทาน โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน พร้อมกันนี้ กรมชลประทานยังได้ขับเคลื่อนงานด้านการจัดการ ก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) และคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ผ่านการพัฒนาโครงการชลประทานอัจฉริยะ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำแบบองค์รวม และสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2608
.
สำหรับ โครงการนาเปียกสลับแห้งและคาร์บอนเครดิต ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเกษตร โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการน้ำในนาข้าว จากการทำนาแบบขังน้ำต่อเนื่อง มาเป็นการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสามารถนำผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปพัฒนาเป็นคาร์บอนเครดิตได้ การดำเนินโครงการเริ่มตั้งแต่การประเมิน การปล่อยและการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่เกษตรกรรม ตลอดจนการกำหนดมาตรการจัดการพื้นที่และพัฒนาพื้นที่ต้นแบบให้เกิดความยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมคาร์บอนเครดิตภาคการเกษตร และสนับสนุนการทำเกษตรที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ในการนี้ นายกิตติธัช เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 ได้กล่าวขอบคุณเกษตรกร เจ้าหน้าที่โครงการ และตัวแทนกลุ่มบริษัทที่ร่วมมือ ทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมมุ่งขยายผลเป็นโครงการตัวอย่างให้โครงการฯ ใกล้เคียงได้ศึกษาและเรียนรู้ต่อไป
.
จากนั้น ประธานในพิธีได้มอบ ค่าตอบแทน (Incentive Payment) ให้แก่ตัวแทนเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 138 ราย เพื่อเป็นกำลังใจและแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกและสร้างมูลค่าเพิ่มจากคาร์บอนเครดิต ต่อมา ผู้แทนบริษัท Green Carbon ได้กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการฯ และทิศทางการดำเนินงานในฤดูกาลต่อไปเพื่อขยายผลการดำเนินงานสู่เกษตรกรในพื้นที่ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และร่วมกันสร้างต้นแบบการบริหารจัดการน้ำภาคการเกษตรที่ตอบโจทย์ทั้ง “เกษตรกรมีรายได้ น้ำมีประสิทธิภาพและสิ่งแวดล้อมได้รับการดูแล” อันจะนำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน ภายในพิธีมี นางสาวแก้วตา พะนิจรัมย์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารทั่วไป นายพลนเรศ พันนา ผู้อำนวยการโครงส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง หัวหน้าฝ่าย เจ้าหน้าที่โครงการ สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำและเกษตรกรในพื้นที่ เข้าร่วมพิธี ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง